[SF] [❤--- Fan Accounts & Backstage ---❤ ]

posted on 14 Feb 2012 00:53 by swordtails  in Short-fiction

[SF] [--- Fan Accounts & Backstage --- ]


Title : [ --- Fan Accounts & Backstage ---]

Author : .. วอวัน ..

Pairing : Yoochun X Junsu
Genre : Comedy , Fluff , Romantic

Author’s note : ชื่อเรื่องสิ้นคิดมาก วรวรรณ ~~~

 

 

 

 

 

 

[ --- Fan Accounts & Backstage ---]

 

 

 

 

- 1 -

 

 

 

 

 

เก้าอี้ที่นั่งส่งเสียงเอียดอาดเล็กน้อยยามฉันขยับตัวไปมา เพราะเกิดอาการ นั่งไม่ติด

 

 

บนเวทีโอ่อ่าตระการตา มีเตียงใหญ่หลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางเวที ตัวละครนามอลิซาเบธยืนอยู่ไม่ไกลจากกัน เธอหมุนตัวมองรอบกายจนชายกระโปรงลูกไม้ไหวพลิ้วไปตามแรง ภาษากายที่ถูกถ่ายทอดผ่านทางท่วงท่างดงามทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอกำลังคิดหรือกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง ใบหน้าหมดจดก้มลงมองพื้น แล้วเชิดเงยขึ้นอย่างตัดสินใจ ก่อนจะสะบัดหน้าไปทางอีกฟากหนึ่งของเวที

 

 

แล้วฉันก็ได้เห็น ความตาย

 

 

ความตาย นาม ท็อดด์ เยื้องย่างกรีดกรายมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ฉันถึงกับขนลุกซู่  การมาถึงของเขาสะกดสายตาของคนดูทั้งฮอลล์ได้อยู่หมัด ฉันได้ยินเสียงใครหลาย ๆ คนสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายเข้าปอดก่อนกลั้นหายใจ เพียงแค่ปลายเท้าเล็ก ๆ นั่นก้าวย่างมาจนถึงกึ่งกลางเวทีอย่างมีน้ำหนัก ฉันก็นึกอยากกัดเล็บตัวเองขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

 

 

จู่ ๆ ภาพของ ท็อดด์ ขณะกำลังหย่อนตัวลงบนเตียงหลังกว้าง พลางปลดกระดุมเสื้อออกเผยให้เห็นผิวเนื้อขาวจัดก็ถูกคนสองคนที่กำลังยืนหันรีหันขวางอยู่ตรงแถวถัดขึ้นไปจากแถวของฉันบดบัง ! บ้าชะมัด ! บังตอนไหนไม่บัง มาบังเอาตอนนี้เนี่ยนะ !  ฉันกรีดร้องในใจ ก่อนจะเอนตัวไปทาง W เพื่อนของฉันที่นั่งอยู่ติดกัน เพื่อติดตามเรื่องราวบนเวทีต่อ ดูเหมือนเขา(คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันพอดี)จะรู้ตัวว่ากำลังทำผิดมหาศาลจึงกระชับหมวกพลางก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นเชิงขอโทษ ฉันส่งสายตาเขียวปั้ดผ่านความมืดไปให้เขา ก่อนพยักหน้าส่ง ๆ แล้วก็สะบัดมือบอกให้เขารีบหาที่นั่งอย่างโกรธ ๆ  ก็พยายามจะเห็นใจล่ะนะว่าค่อนข้างหาที่นั่งยาก โดยเฉพาะกับคนที่เพิ่งเข้ามาแล้วยังไม่ชินกับความมืด แต่ขอโทษเถอะ ใครใช้ให้คุณมาช้ากันล่ะยะ !? ! ฉันพลาดช็อตสำคัญช็อตหนึ่งของเรื่องไปเลยเห็นไหม !  แล้วก็รีบหาที่นั่งให้เจอสักทีเถอะ พ่องกเงิ่น !!!

 

 

เฮ้ ยูชอน ทางนี้   ชื่อนี้มีปฏิกิริยากับฉันมากทีเดียว ฉันหันหน้าขวับไปตามเสียงกระซิบทุ้มต่ำนั้นแล้วก็เห็นใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่แถวหน้าเยื้องกับที่นั่งของฉันถัดไปอีกไม่เกินสี่ห้าที่นั่งกำลังกวักมือเรียกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันให้รีบเดินไปหาเขาเร็ว ๆ

 

 

ฉันเงยหน้าขึ้นมอง เขา จังหวะที่เขาเดินผ่านหน้าฉันไปนั้นราวกับจะถูกยืดให้ช้าลงเช่นเดียวกับภาพสโลว์โมชั่นยามสถานีโทรทัศน์เสนอภาพข่าวการทำประตูของนักฟุตบอลทีมดัง ก็ไม่แปลกนี่ที่ฉันจะคิดอย่างนั้น เพราะเขาเองก็เป็นนักฟุตบอลทีมดังเหมือนกัน แม้ว่าจะยังไม่เคยลงเล่นสักครั้งก็ตาม – ถ้าใช่ เขา จริง ๆ ล่ะก็นะ

 

 

ภาพในหัวฉันยังคงเคลื่อนไหวด้วยความเร็วระดับต่ำสุด ฉันไล่สายตาสำรวจรูปร่างของเขาบวกกับเครื่องแต่งกายก่อนจะประมวลผลออกมา อืม ร่างสูงโปร่งแบบนี้ หน้าเล็ก ๆ แบบนี้ จมูกโด่งเป็นสันหาใครเหมือนยากแบบนี้ อีกทั้งยังสวมหมวก ใส่แว่น มีผ้าพันคอผืนยักษ์พันอยู่รอบคอราวกับจะใช้ของทั้งหมดนั่นช่วยพรางตัวแบบนี้ แล้วยัง ... กลิ่นน้ำหอมที่ให้ความรู้สึกถึง ความมีคลาส แบบนี้อีก ...

 

 

แล้วไหนจะคนที่เดินตามหลังมาอีกนั่นล่ะ ... นั่นมัน คุณซังยอบ ผู้จัดการส่วนตัวของ เซียท็อดด์ บนเวทีไม่ใช่หรือไง ...

 

 

งั้นก็ใช่แล้วสินะ ... ชัวร์แล้วสินะ ...

 

 

คุณพระ !

 

 

นี่ฉันเพิ่งสะบัดบ็อบใส่ปาร์ค ยูชอนคนดังไปอย่างนั้นหรือ !

 

 

ฉันยกมือขึ้นปิดปากตัวเองได้ทันก่อนจะกรี๊ดเสียงดังออกมา ฉันหันไปเขย่าแขน W ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าสติของเธอจะหลุดล่องลอยตามชายหนุ่มคนนั้นนำหน้าฉันไปเสียแล้ว

 

 

เขานั่งกับใครน่ะ ฉันถามขึ้นมาลอย ๆ ก่อนคำตอบจากคนข้างตัวจะดังขึ้นมา ฉันว่า น่าจะเป็นใครสักคนใน H.O.T นะ   W ที่เรียกสติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวได้แล้วตอบคำถามนั้น พลางชะเง้อมองพร้อมกับเบนทิศทางของกล้องวิดีโอในมือไปยังคุณคนดูที่เพิ่งมาถึงแทนที่จะเก็บภาพบนเวที

 

 

มืดเกินไป เห็นแต่เงาดำ ๆ ถึงถ่ายไปก็คงไม่รู้ว่าใคร น่าเสียดายจัง ทั้ง ๆ ที่คนดูนี่ก็เด็ดไม่แพ้คนบนเวทีเลยเหอะ W บ่น ท่าทางหัวเสียนิด ๆ ของเธอทำให้ฉันขำ เราสองคนมองหน้ากันแล้วก็รู้ความในใจของกันและกันทันทีว่า ...

 

 

ฉันจะส่องคนดู ! ’

 

 

ไม่ใช่ว่าบนเวทีไม่น่าสนใจ หรือน่าสนใจน้อยกว่าหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าเราทั้งคู่ยังมีบัตรเข้าชมการแสดงรอบอื่นอยู่ในมือต่างหากล่ะ เราถึงได้ตัดสินใจกันแบบนี้

 

 

และเพราะตั้งใจว่าจะส่องคนดูเต็มที่ ฉันกับ W ก็เลยเปลี่ยนท่านั่งกันใหม่ เราสองคนนั่งเก้าอี้กันแค่ครึ่งก้น แล้วก็เอนตัวไปข้างหน้า กำจัดผมยาวสลวยที่แสนภาคภูมิใจซึ่งวันนี้เป็นได้แค่เพียงตัวเกะกะด้วยการทัดเก็บมันไว้ที่หลังใบหู ด้วยระยะห่างเพียงแค่สามถึงสี่ที่นั่งในฮอลล์ที่ไม่มีการพูดคุยกันเพราะมัวแต่ตั้งใจชมการแสดง ฉันเชื่อว่า ไม่ว่าปาร์คยูชอนจะพูดอะไรออกมา ฉันก็คงได้ยิน

 

 

ไม่สิ ฉัน-ต้อง-ได้ยิน ! ฉันต้องได้ยินแน่ ๆ !

 

 

สายตาที่เริ่มชินกับความมืด ทำให้ฉันเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น เรื่องราวบนเวทีดำเนินไปถึงไหน ฉันแทบไม่ได้สนใจ เพราะสายตาของฉันมัวแต่จับจ้องใบหน้าหล่อเหลานั่นไม่วางตา ปาร์คยูชอน ~ ถามจริง ๆ เถอะว่า ทั้งหมวก ทั้งผ้าพันคอ ทั้งแว่นกรอบดำเนี่ย คุณใส่มาเพื่อพรางตัวอย่างนั้นหรือ ? พวกเราอยากบอกให้คุณรู้เหลือเกินว่า ต่อให้คุณประโคมเครื่องแต่งกายยิ่งกว่านี้ จัดหนักยิ่งกว่านี้ จะใส่วิก หรือจะติดหนวดยังไงก็ตามที แฟน ๆ อย่างพวกเราก็ยังจำคุณได้อยู่ดี ~ เพราะฉะนั้น คราวหน้าคราวหลังก็มาแบบสบาย ๆ เถอะนะ พ่อหนุ่มติสท์ของแฟน ๆ ~

 

 

พวกคุณต้องว่าฉันบ้าแน่ ๆ ถ้าฉันบอกว่า แค่ได้มองเขาจากตรงนี้ ฉันก็เพลินจะแย่อยู่แล้ว ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้หันไปพูดอะไรกับคนที่นั่งดูอยู่ด้วยเลยแม้แต่นิด ไม่มีกิริยาอาการอะไรมากไปกว่าการตั้งใจจดจ่อชมการแสดงบนเวที ช่างเป็นผู้ชมที่ดีจริง ๆ (อวยกันเข้าไป)

 

 

เสียงกรีดร้องจากผู้ชมทั้งฮอลล์ดึงความสนใจของฉันให้ละสายตาออกจากคุณคนดูแล้วหันกลับไปสนใจฝั่งคนบนเวทีบ้าง โอววว นี่ถือว่าเป็นฉากไคลแมกซ์ของเรื่องได้ไหมนะ ฉากที่ ท็อดด์  กำลังดูดวิญญาณของรูดอล์ฟออกมาเนี่ย

 

 

กรี๊ด ไม่นะ เมื่อกี้นี้ จ--- จูบที่ปากหรือแก้ม ! ไม่นะจุนซูวววววของยูช้อนนนน ~  ’ ยัย W ข้างฉันร้องเสียงหลงให้กับฉากที่ ท็อดด์ ดูดวิญญาณผู้ชมกับรูดอล์ฟไปพร้อม ๆ กัน พอได้ยินชื่อของคนที่ถูกเอ่ยถึง แถมยังเป็นคนที่นั่งอยู่ห่างจากกันไม่ไกล ฉันก็รีบหันขวับกลับไปทางคุณเจ้าของชื่อทันที

 

 

สาบานได้ว่า ฉันเห็นดวงตาคู่สวยภายใต้แว่นตากรอบดำนั่น วับวาวขึ้นมาชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะวูบหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

 

 

หลังจากนั้น ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองตาพร่า แล้วก็ยังรู้สึกอีกว่าจู่ ๆ หน้าตัวเองก็ร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นมาพัด ๆ

 

 

ปาร์คยูชอนคนนั้นกำลังยิ้ม ...

 

 

ฉันเห็นเขาหลับตาลงฟัง ท็อดด์ ระเบิดพลังเสียงแหบหวานในฉากนั้นแล้วก็ยิ้ม ... มันเป็นยิ้มที่ทำให้ความรู้สึกนึกคิดของฉันเตลิดเปิดเปิง ... ยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกเขินแทนคนที่อยู่บนเวที ...

 

 

แจจุงอา ฉันจะทำยังไงดี ! 

 

 

ฉันเผลอใจเต้นให้กับผู้ชายคนนี้ทั้ง ๆ ที่เขายิ้มให้จุนซู !!! T________T

 

 

 

 

 

- จบแฟนแอคเค้าท์ของนางสาว M นามสมมติ -

 

 

 

 

 

- 2 -

 

 

 

 

 

ฉันขออนุญาตออกตัวตั้งแต่แรกก่อนเลยว่า ฉันเป็น ยูซูแฟนเกิร์ล ค่ะ

 

 

ดังนั้น ฉันก็เลยไม่พลาดที่จะมาดูมิวสิเคิลเรื่องอลิซาเบธที่จุนซู (ของยูชอน) แสดงวันนี้เป็นวันแรกกับยัย M เพื่อนสนิทของฉัน

 

 

ก่อนหน้านี้ M บอกว่าฉันทำตัวไม่ต่างอะไรกับหมีกินผึ้ง  เพราะเอาแต่บ่นซ้ำ ๆ เรื่องบัตรที่ดันจองบัตรได้รอบสองของวันแทนที่จะเป็นรอบแรก

 

 

ถามจริงเถอะว่า ฉันผิดด้วยเหรอที่อยากดูรอบแรกมากกว่ารอบสอง ก --- ก็ถ้าหากว่าได้ดูรอบแรกก็เท่ากับฉันเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้เห็นจุนซูในบท ท็อดด์ ก่อนใครทั้งหมดเลยนะ !

 

 

แถมยังมีอาปากับออมม่าของจุนซูมาดูด้วยอีก ถ้าเราสองคนได้บัตรรอบนั้น มันก็คงให้ความรู้สึกเหมือนกับได้ใกล้ชิดคนที่ฉันรักเข้าไปอีกนิด บนเวทีมีจุนซู ข้างล่างเวทีตรงกลุ่มคนดูมีอาปากับออมม่านั่งดูลูกชายคนเล็กอย่างภาคภูมิใจ ฉันยอมซื้อบัตรในราคาที่แพงกว่าสองเท่าเลยเถอะ เพื่อที่จะได้เห็นภาพครอบครัวอบอุ่นแบบนั้น แต่ยัย M ไม่ยอม แถมยังด่าอีกว่าฉันบ้าไปแล้ว ฉันก็เลยต้องทำใจ (.________.)

 

 

อย่าคิดมากเลยน่า ยังมีคนอีกตั้งมากที่อยากดูแต่หาบัตรไม่ได้ พวกเราโชคดีแค่ไหนที่ถึงแม้จะหาบัตรรอบแรกไม่ได้ แต่ก็ยังได้รอบสองของวันแรก แถมยังได้ที่นั่งดี ๆ อีก  ยัย M ปลอบฉัน หลังจากก่อนหน้านั้นฉันโดนยัยนี่บ่นเสียจนหูชา ฉันฟังเธอพูดแล้วก็คิดตาม มันก็จริงอย่างที่เธอว่า ก็เลยพยักหน้าหงึกหงักยอมรับความจริงนั้น แต่ก็ยังอดเศร้าลึก ๆ ไม่ได้อยู่ดี

 

 

อย่าทำหน้าแบบนั้นได้ไหม ยอมรับได้แล้วก็ต้องยิ้มสิ เอ้า งั้นดูนี่ เห็นแล้วก็น่าจะยิ้มออกได้บ้างล่ะนะ   กระดาษสีขาวสองใบถูกโบกไปมาตรงหน้าฉัน ฉันคว้าหมับมาดูแล้วก็ต้องยิ้มกว้าง กระโดดตัวลอยกอดเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาลไว้แน่น

 

 

ถึงฉันจะไม่ได้ดูการแสดงรอบแรก แต่ฉันก็ได้บัตรสำหรับการแสดงรอบสุดท้าย !

 

 

งื้อ ~ M ฉันรักเธอจัง  >//<

 

 

พอรู้ตัวว่ามีบัตรชมจุนซู (ของยูชอน) รอบสุดท้ายแล้ว ฉันก็มีความสุขสุด ๆ ไปเลย และทันทีที่สตาฟเปิดประตูให้ผู้มีบัตรเข้าชมการแสดงรอบสองของวันเข้าฮอลล์ได้ ฉันก็คล้องแขน M เดินเข้าไปด้านในอย่างร่าเริง

 

 

หลังจากนั่งประจำที่ได้สักพัก ไฟทางฝั่งที่นั่งของคนดูก็ค่อย ๆ หรี่แสงลงจนกระทั่งเหลือเพียงแสงสลัว ๆ ทันใดนั้น ม่านกำมะหยี่บนเวทีก็ค่อย ๆ ถูกชักขึ้นสูง เวทีที่เผยให้เห็นทีละนิดนั้นทำฉันตื่นเต้นไปหมด กล้องวิดีโอที่ใส่กระเป๋ามาจากบ้านก็แสตนด์บายไว้เตรียมพร้อม ย่าห์ ! ทุกโมเม้นท์ของเซียท็อดด์ (ของยูชอน) ในรอบนี้ ฉันจะไม่ให้พลาดแม้แต่นิดเดียวเลย !  

 

 

แต่แล้ว ความตั้งใจของฉันก็เป็นอันต้องพับเก็บใส่ลิ้นชัก เพราะขณะที่ฉันกำลังตั้งใจเก็บรายละเอียดบนเวทีไว้ในมินิแคมของฉัน ก็ดันมีใครคนหนึ่งทำให้ฉันสติแตกจนแทบเก็บอาการไว้ไม่อยู่ !

 

 

เขาคือปาร์คยูชอนค่ะ ปาร์คยูชอน !

 

 

ปาร์คยูชอนคนที่เป็นพี่ชายของปาร์คยูฮวาน เป็นลูกชายคนโตของออมม่า เป็นเจ้าของฮารังกับโนแร เป็นชายหนุ่มที่ใช้ชีวิตวัยรุ่นช่วงหนึ่งที่รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาเกาหลีใต้เพื่อเดบิวต์เป็นทงบังชินกิ เป็นอีซอนจุนในซองกยูนกวาน เป็นซองยูฮยอนในมิสริพลีย์ แล้วก็ล่าสุด ที่กำลังถ่ายทำกันอยู่นี้ ปาร์คยูชอนคนนี้นี่แหละค่ะที่จะมารับบทเป็นองค์ชายอีกักในเรื่องรูฟท็อปพริ้นซ์ !

 

 

แล้วก็ ยังเป็น ปาร์คยูชอนของคิมจุนซู ที่กำลังยืนอยู่บนเวทีตอนนี้ด้วย !

 

( หมายเหตุ : ขณะที่คุณอ่านคำว่า ปาร์คยูชอนของคิมจุนซู โปรดปรับเปลี่ยนขนาดอักษรในจินตนาการให้มีขนาด 200 พ้อยท์ / ทำตัวหนา / แล้วขีดเส้นใต้อีกห้าร้อยเส้นด้วย ขอบคุณค่ะ )

 

 

ฮือ ! ทำยังไงดี ฉันอยากจะกรีดร้องให้ดังลั่นไปถึงบ้านเกิดที่ปูซานเลย ! ปาร์คยูชอนที่กำลังยุ่ง ๆ อยู่กับการถ่ายละครอุตส่าห์เดินทางมาดูจุนซูเล่นละครเวที ! ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานนี้เขาเพิ่งถ่ายละครติดต่อกันตั้งแต่แปดโมงเช้ายันหกโมงเย็น สิบชั่วโมงรวด ! มีทั้งฉากขี่ม้า มีทั้งฉากที่ต้องว่ายน้ำในสภาพอากาศเย็นจัด ( อันนี้ฉันได้ยินพวกแฟน ๆ ในคาเฟ่เล่าต่อ ๆ กันมาอ่ะนะ ) เขาคงจะเหนื่อยมาก แต่เขาก็ยังมา มาดูจุนซู มาให้กำลังใจจุนซูของเขา !

 

 

แม่ยกอย่างฉันกำลังจะกระอักความสุขตาย !

 

โชคดีจริง ๆ ที่ได้บัตรรอบนี้ ! T^T

 

 

โฮ ! ฉันทำอะไรไม่ถูกแล้ว บนเวทีก็จะดู ฝั่งคนดูก็จะเอา ฉันจะทำยังไงดี ฉันจะทำยังไงดี ! ฉันจะร้องไห้แล้วนะ ! จะถ่ายแคมยูชอนก็ถ่ายไม่ได้ แม้ว่าจะมุมดีก็เถอะ แต่ตรงโซนคนดูนี่มันมืดเกินไป โฮฮฮฮฮ ฉันจะทำยังไงดี ฉันอยากได้แฟนแคมไปปล่อยในแฟนคาเฟ่ ~~~~~

 

 

พอหันกลับไปทางเวทีอีกทีฉันก็แทบจะเป็นลม !

 

 

ไม่น้า !!! ไอ้ฉากดูดวิญญาณรูดอล์ฟนั่นมันอะร้ายยยยยยยยยยยยยยยย ดูดวิญญาณอลิซาเบธแล้วยังมีฉากดูดกับรูดอล์ฟอีกเหรอ ทำไมมิวสิเคิลเรื่องนี้ จุนซู (ของยูชอน) ถึงต้องเปลืองตัวมากขนาดนี้ ! ไม่นะ ไม่ ! ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ! โฮฮฮฮฮฮฮ ขนาดฉันเป็นแค่ แม่ ๆ ยังแทบอยากตาย แล้ว ตัวจริง ที่ได้เห็นเต็มสองตานั่นล่ะจะรู้สึกยังไง !!!

 

 

นายจะร้องไห้ดัง ๆ ออกมาก็ได้นะยูชอน แล้วฉันจะร้องเป็นเพื่อนนายเอง ! T^T

 

 

ฉันกัดปากหันไปมองยูชอนแล้วก็เห็นเขากำลังยิ้ม ! ยูชอนกำลังยิ้ม ! ทำไมล่ะ ! ทำไมนายยังยิ้มได้อยู่อีก นายต้องของขึ้นเซ่ ! นายต้องลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ที่นั่งแล้ววิ่งขึ้นไปบนเวที กระชากรูดอล์ฟออกแล้วดูดวิญญาณเซียท็อดด์ด้วยปากอันอวบอิ่มของนายแทนซี่ ! นายต้องทำแบบนั้นต่างหากยูชอน !

 

 

ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ ขัดใจแม่ยกที่สุดเลย !

 

 

ฉันโป้งนายแล้ว ยูชอน !  T^T

 

 

และแล้วการแสดงบนเวทีก็จบลง แต่ความหงุดหงิดของฉันมันยังไม่จบค่ะ ! ฉันไม่เข้าใจนายเลยยูชอน ทำไมล่ะ ทำม้ายยยยยยยยยยยยยยย ทำไมนายถึงไม่ยอมทำตามกระแสจิตที่ฉันส่งไปถึงนายล่ะ ! ทำไมล่ะ เดี๋ยวนี้ชักจะแคร์สื่อแล้วเหรอ ? เมื่อก่อนไม่เห็นจะแคร์ อยากกอดก็กอด อยากจับมือก็จับ อยากจะปัดผมหน้าให้จุนซูก็ทำ อยากจะบอกรักก็พูดโพล่งออกมาเลย อร๊างงงงงงงงงงงงงง ปาร์คยูชอนสมัยก่อนกู๊ดจ๊อบที่สุด !  >//<

 

 

แล้วดูสมัยนี้สิ (ทำหน้าเพลีย)

 

 

นอกจากจะแคร์สื่อแล้วยังหันไปงุ้งงิ้งกับแจจุงอีกต่างหาก ไปสร้างลัทธิแจชอนโซลเมทจนมันเฟื่องฟูเป็นหนามยอกอกแม่ยกยูซูอย่างฉัน !

 

 

นาย (ชี้นิ้ว) เวลาอยู่กับจุนซู (ของฉัน) นายแคร์สื่อ แต่พออยู่กับแจจุงแล้วนายไม่แคร์งั้นเหรอ !

 

 

ใช่ซี้ ! เดี๋ยวนี้ยูซูมันไม่เรียลแล้วนี่ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ฉันอยากตาย !!! TOT

 

 

หลังจากที่ปล่อยให้ผู้คนจำนวนมากทยอยออกกันไปก่อนหน้าได้สักครู่หนึ่งแล้ว ฉันก็เดินพองลมเต็มสองข้างแก้ม พร้อมกับเดินเหวี่ยงแขนฟาดงวงฟาดงาออกมาจากฮอลล์ สองตาก็คอยมองคนที่เดินชิว ๆ อยู่ตรงหน้าห่างไปประมาณ 10 เมตรด้วย

 

 

นายรู้สึกอะไรบ้างไหม นายรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ บ้างไหม ตอนนี้ฉันกำลังแผ่รังสีอำมหิตดำทะมึนไปถึงนายอยู่นะ แน่ะ ! ยังจะหัวเราะอีก ! โฮฮฮฮฮฮ ทำไมหัวเราะแล้วหล่อแบบนี้ล่ะยูชอน ~~~ (ของฉัน) ตกลงว่าสุดท้ายแล้วพอเห็นนายยิ้มนายหัวเราะแบบคนมีความสุขดี ฉันก็โกรธนายไม่ลงสินะ T^T

 

 

ไม่ ! ฉันต้องเข้มแข็งไว้ ! ฉันยังโกรธนายอยู่นะยูชอน ! แต่ฉันจะหายโกรธก็ต่อเมื่อนายทำให้แม่ยกยูซูชาบูนายด้วยการวิ่งไปหลังเวที ไปหาจุนซูเดี๋ยวนี้ ! ไปถ่ายรูปคู่ด้วยกันแล้วอัพลงทวิตเตอร์เดี๋ยวนี้ !

 

 

ไร้ท์นาว !  (ชี้นิ้ว)

 

 

ท--- ทำไมไม่ไปล่ะยูชอน TOT เสียงในใจของแม่ยกอย่างฉันยังดังไปไม่ถึงนายอีกเหรอ ฮ--- ฮึก ฉ--- ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้านายยังไม่ไป ฉ--- ฉันจะ

 

 

ฉันจะร้องไห้แล้วนะ !

 

 

นับหนึ่ง ...

 

 

นับสอง ...

 

 

นับสองหน่อย ๆ ... T^T

 

 

นับสองครึ่ง ...

 

 

สองจุดเจ็ดห้า ...

 

 

ส--- สองจุดเก้าศูนย์ ...

 

 

สองจุดเก้าเก้าแล้วน้า ~ ... TOT

 

 

 

 

 

ส--- สาม ! โฮ ~~~ ปาร์คยูชอนคนบ้------- !  / ‘ ยูชอนลูก ..

 

 

 

 

 

ขณะที่ฉันกำลังจะแหกปากร้องไห้ไม่อายใคร เสียงผู้หญิงนุ่ม ๆ ฟังดูอบอุ่นใจดีก็ดังขึ้นจากทางด้านขวามือของฉัน  พอฉันค่อย ๆ หันไป ก็พบว่า เจ้าของเสียงนั้นก็คือ ...

 

 

อ--- ออมม่าของจุนซู !!! O______________O

 

 

เห็นแบบนั้นแล้วฉันก็หลบวูบเข้าที่กำบังทันที ที่กำบังที่ว่านั่นก็ไม่ใช่ที่ไหนค่ะ แต่เป็นยัย M เพื่อนของฉันเอง แอบไปแล้วก็เพิ่งจะมาคิดได้ ฉันจะแอบหลังเพื่อนตัวเองทำไมเนี่ย ติ๊งต๊องที่สุดเลย ~ TOT

 

 

พอรู้ว่าตัวเองติ๊งต๊องแค่ไหน ฉันก็เลยเปลี่ยนวิธีการใหม่ ทำทีเป็นโทรศัพท์กลับไปที่บ้านของตัวเองแทน ฉันสะกิดยัย M แล้วก็บุ้ยใบ้ไปทางยูชอนกับออมม่าของจุนซู ยัยนี่ก็สมกับที่เป็นเพื่อนของฉันจริง ๆ เธอส่งสัญญาณกลับมาว่ารับรู้ ก่อนจะค่อย ๆ จูงมือฉันที่ทำทีเป็นว่ากำลังคุยโทรศัพท์ไปเดินไปใกล้ ๆ ยูชอนกับออมม่า แล้วก็พูดกับฉันว่า รออยู่ตรงนี้นะ ฉันจะไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วเล่าให้ฟังด้วยล่ะ ^^

 

 

ไม่ต้องห่วง ! ฉันจะโฮกโมเม้นท์คุณลูกเขยกับคุณแม่ยายให้เธอฟังอย่างละเอียดยิบแน่นอน M !

 

 

มาดู น้อง ด้วยเหรอลูก  แค่ประโยคแรกของออมม่า สติของฉันก็ล่องลอยราวกับโดนสอยปลายคางจนต้องให้กรรมการนับ  โฮฮฮฮฮฮ ออมม่าแทนจุนซูกับยูชอนว่า น้อง !  ได้ยินไหม น้อง ! ยูชอนกับจุนซูอายุเท่ากันนะ !  แต่เวลาออมม่าคุยกับยูชอนแล้วพาดพิงไปถึงจุนซูกลับใช้คำว่า น้อง ! แล้วจะไม่ให้ฉันอยากดิ้นปัด ๆ ได้ยังไง ในเมื่อคำว่า น้อง น่ะ ถ้าไม่นับความหมายสายตรง ที่แปลว่า เป็นญาติกันทางสายเลือด ไม่ว่าจะลองฟังหรือลองพูดสักกี่ครั้ง มันก็ให้ความหมายโดยนัย ที่ใช้เรียก คนรัก แบบเอ็นดูทั้งนั้นแหละ !

 

 

โอ๊ย ! ตรูจะฟินตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!! TOT (สายกระเป๋าสะพายขาดไปแล้ว)

 

 

ครับ อามอนี  สุภาพมากยูชอน(ของจุนซู) ! T^T  เป็นคุณลูกเขยที่สุภาพกับคุณแม่ยายได้อีก !  คำพูดว่าสุภาพแล้ว ยังเทียบไม่ได้กับท่าทางที่เขาแสดงออก หมวกที่เคยสวมไว้ถูกถอดออก แถมตอนตอบยังค้อมศีรษะลงน้อย ๆ พร้อมกับประสานมือไว้ด้วยกันที่ด้านหน้าอีก

 

 

แม่ยกอยากมอบโล่ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! TOT

 

 

ขนาดฉันเป็นแค่คนนอก ฉันยังนึกเอ็นดูยูชอนแบบสุดหูรูดเลย ~ แล้วคนใน(ครอบครัว)อย่างออมม่าจะเห็นว่ายูชอน(ของจุนซู)ไม่น่ารักน่าเอ็นดูได้ไง

 

 

และเพราะอย่างนั้น ออมม่าก็เลยยื่นมือออกไปลูบศีรษะยูชอน(ของจุนซู)เบา ๆ ...

 

 

งื้อ ~ ฉันครางเลยล่ะ แล้วก็ลืมไปเลยว่าต้องทำทีว่ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่  สายตาของออมม่าที่มองยูชอน(ของจุนซู)น่ะ เป็นสายตาของผู้ใหญ่ที่ทั้งรักแล้วก็เอ็นดูคนที่ยืนสุภาพอยู่ตรงหน้าเอามาก ๆ เลยล่ะ >//<

 

 

ช่วงนี้เหนื่อยไหมลูก  ฮึก ออมม่าเรียกยูชอน(ของจุนซู)ว่าลูกทุกคำเลยล่ะ (หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมากัดมุม)  ยูชอน(ของจุนซู)ก็เอาแต่ยิ้มไม่ยอมตอบคำถามว่าเหนื่อยหรือเปล่า แต่ถึงยูชอน(ของจุนซู)จะไม่ตอบ ฉันก็เชื่อว่าออมม่าเองก็คงจะรู้ล่ะ ก็ดูหน้าตายูชอน(ของจุนซู)สิ โทรมเสียขนาดนั้น แถมยังดูผอมลงอีกด้วย แม้ว่าจะใส่เสื้อโค้ทหนาพรางตาเอาไว้ก็ตาม

 

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหล่อลากกระชากตับไตควรคู่กับจุนซูอยู่นะ !

 

 

ทันใดนั้น ยูชอน(ของจุนซู)ก็ทำให้ฉันอ้าปากค้าง !  =[]=

 

 

เขาไม่ตอบคำถามด้วยคำพูด แต่แสดงออกด้วยอาการ ...

 

 

เอนศีรษะลงมาซบไหล่ออมม่าจุนซูเสียดื้อ ๆ ซะอย่างนั้นอ้ะ !!!

 

 

ไม่ธรรมดา !!! คุณลูกเขยท่านไม่ธรรมดาจริง ๆ !!!

 

 

แล้วในตอนนั้นเอง ฉันก็รู้ตัวว่า ...

 

 

ฉันลืมถ่ายแฟนแคมมมมมมมม โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ TOT

 

 

 

 

 

- จบแฟนแอคเค้าท์ของนางสาว W นามสมมติ

 

 

 

 

 

- 3 –

 

 

 

 

 

การแสดงละครเวทีเรื่องอลิซาเบธในวันนี้จบลงแล้วครับ ...

 

 

ทุกคนยังคงสุดยอดกันเหมือนเคย ทั้งนักแสดงนำ และนักแสดงสมทบ

 

 

แต่คนที่ทำให้ผมขนลุกได้สุด ๆ ในขณะที่นั่งอยู่หลังเวทีในฐานะสตาฟคนหนึ่งของงานนี้ก็คือคุณจุนซู

 

 

ทั้งสายตาและการแสดงที่เข้าถึงแก่น ทั้งเสียงแหบหวานอันเป็นเอกลักษณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณจุนซูได้ถ่ายทอดมันออกมา มันช่างตรึงใจผู้ชมอย่างผมเสียเหลือเกิน ...

 

 

จนอดคิดไม่ได้ว่า หากใช้คำว่า ยอดเยี่ยม ชมเชย บางทีก็อาจจะเล็กน้อยเกินไป

 

 

อ้าว เลยรู้กันหมดพอดี ว่าผมเป็นแฟนคลับรุ่นพี่ เอ๋ หรือรุ่นอาดีนะ ? ของคุณจุนซู (หัวเราะ)

 

 

ครับ ผมเป็นแฟนคลับของคุณจุนซูตั้งแต่ได้ทำงานร่วมกัน(อย่างห่าง ๆ)ตั้งแต่สมัยคุณจุนซูแสดงละครเวทีเรื่อง โมสาร์ท แล้วล่ะครับ

 

 

เมื่อก่อนนี้ ผมเป็นพวกแอนตี้ไอดอลครับ ยิ่งเห็นพวกนักร้องยอดนิยมขวัญใจวัยรุ่นกระโดดลงมาเล่นละครเวทีแล้วผมก็ได้แต่ส่ายหน้าลับหลัง ความในใจของผมที่อยากบอกว่า มิวสิเคิลน่ะ มันไม่ได้ร้องได้เต้นเหมือนกับที่พวกนายออกมิวสิคแบงค์ หรืออินกิกาโยอะไรแบบนั้นหรอกนะ   ไม่เคยส่งไปถึงพวกเขา

 

 

จากเหตุการณ์หลายครั้งหลายคราในระหว่างการฝึกซ้อม ผมสามารถพูดได้เต็มปากว่าเลยล่ะว่า ผมเห็นน้ำตาของพวกเขาเหล่านั้นจนถึงขั้นเอียน

 

 

คุณจุนซูเองก็ไม่อยู่ในข้อยกเว้นการแอนตี้ไอดอลแบบฝังรากของผม ...

 

 

วันที่เห็นคุณจุนซูเดินก้าวเข้ามาในห้องฝึกซ้อมแล้วกล่าวทักทายกับทุกคนอย่างร่าเริง  หน้าตาน่ารักที่ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาอย่างคนมีอัธยาศัยทำให้ทุกคนรู้สึกหลงรักได้ไม่ยาก เห็นแบบนั้นแล้วผมก็ถอนหายใจ บางทีรอยยิ้มที่เคยพกมาอาจหายไปภายในเย็นวันนี้

 

 

คุณจุนซูก็คงเหมือนคนอื่น ๆ ... ผมปรามาสไว้อย่างนั้น

 

 

แต่แล้ว ภายในครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ...

 

 

ความรู้สึกของผมก็กลับตาลปัตรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไปโดยสิ้นเชิง

 

 

เพียงแค่ริมฝีปากคู่นั้นเผยอแยก เปล่งเสียงร้องท่อนแรกของเพลงในระหว่างการฝึกซ้อม ทุกคน ณ ที่นั้นก็ยอมรับโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ

 

 

คุณจุนซู คือ ของจริง

 

 

นี่สินะที่เขาเรียกกันว่า บอร์นทูซิง

 

 

ผมเล่าความประทับใจที่มีต่อคุณจุนซูให้ครอบครัวของผมฟัง ระหว่างที่เรากำลังรับประทานอาหารพร้อมหน้ากันในเย็นวันหนึ่ง ลูกสาวผมอมยิ้ม ก่อนจะทำให้ผมหัวเราะดังลั่นด้วยการถามกลับว่า พ่อเพิ่งรู้หรือไง กลายเป็นว่า ผมก็เพิ่งได้รู้ความจริงในวันนั้นว่า ลูกสาวของผมก็เป็นแฟนคลับของคุณจุนซูเช่นเดียวกัน

 

 

เพราะอย่างนั้น หลังจากการแสดงเสร็จสิ้นแล้ว ภารกิจที่ผมต้องทำ (เนื่องจากโดนลูกสาวย้ำนักย้ำหนา) ก็คือ การมอบของขวัญที่ลูกสาวฝากมาให้ยื่นให้ถึงมือคุณจุนซู รวมทั้งขอลายเซ็นไว้เป็นที่ระลึกด้วย (แน่นอนว่าขอสอง)

 

 

ทันทีที่ม่านการแสดงเคลื่อนตัวลงจนปิดเวทีไว้ได้ทั้งหมด นักแสดงกับเหล่าสตาฟก็โผเข้ากอดกัน ส่งเสียงเฮดังลั่นจนผมอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้

 

 

ทุกคนแสดงความยินดีต่อกันด้วยการจับมือและกอดแบบหลวม ๆ อา ... ผมได้จับมือแล้วก็กอดกับคุณจุนซูด้วยนะ !  และก่อนที่เขาจะเดินไปหาคุณมินยองกีที่ตะโกนเรียกเขาเสียงดังลั่น เขายังหันมาโค้งให้ผมทีหนึ่งเพราะผมอาวุโสกว่าด้วย  ผมมองเขาเดินจากไปจนลับสายตา พลางพึมพำออกมาเบา ๆ ว่า สุภาพอะไรอย่างนี้ ...

 

 

โอ แย่ล่ะสิ ผมลืมให้ของขวัญเขากับขอลายเซ็น !

 

 

พอนึกขึ้นมาได้ ผมก็รีบกระวีกระวาดเก็บข้าวของเครื่องใช้ คว้ากระเป๋ากับถุงกระดาษบรรจุของขวัญที่ลูกสาวของผมฝากมาให้  รีบเดินจ้ำอ้าวหอบข้าวของพะรุงพะรังตามหลังคุณจุนซูกับคุณยองกีไปติด ๆ

 

 

แต่ทันทีที่ผมเดินเลี้ยวไปตามมุมของอาคาร ทิศทางเดียวกับคนที่ผมกำลังตามหาเพิ่งจะเดินผ่านไป ผมก็ต้องชะงักปลายเท้าของผมไว้ เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนตรงหน้าของผม ไม่ได้มีเพียงแค่คุณจุนซูกับคุณยองกีอีกแล้ว

 

 

แต่ยังมีใครอีกคน ...

 

 

พวกเขากำลังยืนเกาะกลุ่มกันอยู่ที่หน้าห้องแต่งตัวของคุณจุนซู ผมไม่เห็นหน้าบุคคลปริศนา เพราะเขายืนหันหลังให้กับผม ผมเห็นเพียงรูปร่างที่ดูสูงโปร่งกว่าคุณยองกี และดูเหมือนว่าจะสูงกว่าคุณจุนซูนิดหน่อยด้วย เขาคนนั้นสวมแจ็คเก็ตสีน้ำตาลเข้มพอดีตัวรับกับกางเกงยีนขายาวเข้ารูป ผ้าพันคอสีดำขนาดใหญ่ที่พันอยู่รอบคอ ทำให้ผมนึกรู้ถึงสภาพอากาศด้านนอกว่าตอนนี้ค่อนข้างเลวร้าย ... บางทีหิมะอาจจะกำลังตกในอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้ ...

 

 

มองจากรูปร่างและการแต่งตัวแล้ว ผมคิดว่าเขาน่าจะเป็นนายแบบนะ

 

 

ผมเห็นคุณยองกีตบไหล่คนคนนั้นก่อนจะหันไปมองคุณจุนซู แล้วก็ขอแยกตัวไปก่อน หมวกสีเข้มถูกถอดออกจากศีรษะทุยมาถือไว้ แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังเห็นหน้าของเขาไม่ถนัดนัก

 

 

มันอาจจะฟังดูแปลกอยู่สักหน่อย แต่ทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ... เอาแต่มองหน้ากันและกันอยู่อย่างนั้น ความเงียบสงัดทำให้ผมได้ยินเสียงเนื้อผ้าเสียดสีกัน ยามคนคนนั้นขยับตัวเข้าจับต้นแขนของคุณจุนซูแล้วไล้ไปมา

 

 

คุณจุนซูกำลังยิ้ม ...

 

 

แต่เป็นยิ้มที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจพิกล

 

 

ริมฝีปากบิดเป็นรอยยิ้มบาง แต่ดวงตาคู่งามนั้นกลับสั่นไหวยามสบตามองใครคนนั้น

 

 

มันเอ่อท้นด้วยความโหยหา ราวกับไม่ได้เจอกันและกันมาแสนนาน ...

 

 

เสียงบานประตูห้องแต่งตัวเปิดออก มือที่เคยจับต้นแขนเลื่อนลงกุมมือเล็กป้อม ปลายนิ้วทั้งห้าประสานกันแนบแน่น ขาคู่หลังก้าวตามติดใครอีกคนเข้าไปข้างใน ... หลังจากนั้น เสียง กริ๊ก ก็ดังตามมา

 

 

หรือว่า ...

 

 

เขาจะเป็นคนที่หนูเคยเล่าให้พ่อฟังกัน ซอนอา ...

 

 

เรื่องที่หนูเคยเล่าว่า คุณจุนซูมีเพื่อนสนิทม้ากมากอยู่คนหนึ่งชื่อว่าคุณยูชอน ?

 

 

 

 

 

- จบแฟนแอคเค้าท์ของคุณ S นามสมมติ -

 

 

 

 

 

- 4 –

 

 

 

 

 

ความตาย  ตรงหน้าผมช่างงดงาม

 

 

ใบหน้ากลม ๆ ที่เคยให้ความรู้สึกอื่นไม่ได้นอกจากคำว่า น่ารัก วันนี้ดูสวยเฉี่ยวสะดุดตาด้วยอายไลน์เนอร์สีดำสนิทเส้นคมกริบที่กรีดอยู่รอบดวงตา อายแชว์โดว์สีเข้มพอกันตรงเปลือกตาก็ขับให้ตาเรียว ๆ ดูมีมิติ ตัดกับผิวขาวสีน้ำนมของเขา

 

 

เรือนผมเส้นเล็กยังคงนุ่มมือไม่เปลี่ยน แม้ว่าตอนนี้มันจะกลายเป็นสีขาวเหลือบทองสว่างจัดจ้าไปแล้วก็ตาม ริมฝีปากบางยังคงเป็นสีแดงฉ่ำเหมือนกับตอนที่เห็นครั้งสุดท้าย แก้มเรื่อเลือดฝาดยังคงนุ่มนิ่มเหมือนเนื้อตัวส่วนอื่นของเขา

 

 

ความอุ่นวาบที่ฝ่ามือเกิดขึ้นฉับพลัน ยามแก้มกลม ๆ ข้างนั้นเบียดเข้าหามือของผมคล้ายกิริยาของลูกแมวตัวน้อย สองมือที่เคยแนบข้างลำตัวยกขึ้นวางทาบหลังมือของผมแล้วจับประคองเอาไว้อย่างนั้น

 

 

เขาหลับตา ... แพขนตาที่ยาวเกือบเท่า ๆ กันกับผมทาบสนิทลงบนแก้มขาว ความชื้นหยดหนึ่งไหลจากหางตาเรียวกลิ้งผ่านแนวแก้มใสก่อนจะหยาดหยดลงบนหลังมือของผม

 

 

ผมยึดมือสองข้างที่เคยจับมือผมเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะใช้มืออีกข้างห้ามหยาดน้ำตาที่กำลังจะไหลรินด้วยปลายนิ้ว เกลี่ยเบา ๆ ตรงรอยชื้น แล้วดึงคนเจ้าน้ำตาเข้าหาอกกว้าง

 

 

คิดถึง ... ที่สุด เสียงแหบต่ำขาดห้วงราวกับไม่ใช่เสียงของผมเอื้อนเอ่ย สองมือโอบกอดรัดร่างสั่นเทาเอาไว้แนบแน่น

 

 

มหัศจรรย์นัก ...

 

 

ทันทีที่สองแขนกลมกลึงยกขึ้นกอดตอบ แล้วซบหน้าลงบนไหล่ลาด หลุมดำในใจที่คล้ายกับจะขยายใหญ่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเพราะความเงียบเหงาอ้างว้างตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ไม่เคยได้เจอหน้ากัน ก็ดูเหมือนจะถูกถมเต็ม  ความเหนื่อยล้าทั้งมวลถูกชะล้าง ความเหน็บหนาวในใจถูกบรรเทาด้วยแรงกอดรัดที่หนักแน่นขึ้น ความกดดันที่แบกไว้บนบ่าหนักอึ้งก็ผ่อนคลาย หลังหลับตาลงแล้วไซ้ปลายจมูกเข้ากับกลุ่มผมเส้นเล็กเหล่านั้น

 

 

ปลายนิ้วยาวเชยคางมนขึ้นมาจากการฝังหน้าเข้ากับอกผม ก่อนใช้สองมือหนาประคองดวงหน้ากลม ๆ ให้เงยขึ้นสบตา ดวงตาเรียวแดงเรื่อเช่นเดียวกับปลายจมูกเล็ก นัยน์ตาคู่นั้นยังคงไหวระริกต้องแสงไฟเหนือศีรษะเป็นประกายแวววาว

 

 

ผมไม่ชอบเห็นเขาร้องไห้ แต่ทันทีที่ผมเห็นอารมณ์หลากหลายปรากฏอยู่ในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสวย  บางสิ่งบางอย่างท่ามกลางความหลากหลายที่เขาแสดงออกจนผมเห็นเด่นชัด ก็ทำให้หัวใจขนาดเท่ากำปั้นพองโตขึ้นแล้วกระทุ้งกระแทกเข้ากับอกผมอย่างห้ามไม่ได้

 

 

กุหลาบสีแดงดอกหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตด้านในช่วยจัดการความรู้สึกขัดแย้งของผมกับน้ำอุ่นใสที่เคยคลอคลองอยู่ริมขอบตาของร่างบอบบางตรงหน้าได้ชะงัดนัก  พลาสติกใสแจ๋วที่โอบรอบกุหลาบดอกน้อยไม่ให้กลีบช้ำกับโบว์สีขาวที่ผูกติดกับก้านไร้หนามสีเขียวสดยับย่นเล็กน้อยเพราะคิดแต่ว่าอยากจะเซอร์ไพรส์ก็เลยแอบซ่อนเอาไว้ในแจ็คเก็ต

 

 

ให้  ผมพูดสั้น ๆ พลางยกนิ้วขึ้นมาเช็ดปลายจมูกอย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงาม สองมือน้อย ๆ รับเจ้าดอกกุหลาบที่ผมเอามาแสดงความยินดีกับการแสดงละครเวทีรอบแรกไปถือไว้อย่างทะนุถนอม ผมเห็นสองข้างแก้มค่อย ๆ เรื่อสีขึ้นทีละน้อย ปลายจมูกเชิดรั้นก้มลงเชยชมกลิ่นหอมของราชินีแห่งดอกไม้แล้วก็ยิ้มจนแก้มกลม ...

 

 

จุนซูของผม ...

 

 

ได้ดอกไม้ดอกเดียวก็ดีใจจะแย่แล้ว ...

 

 

การแสดงวันนี้น่ะ สุดยอด   ผมพูด หลังจากหยุดเช็ดปลายจมูกตัวเองได้ด้วยการยกนิ้วหัวแม่มือให้เขาประกอบคำพูด

 

 

เขายิ้มกว้าง ...

 

 

รอยยิ้มครั้งนี้ มีขอบเขตกว้างขวางไปจนถึงดวงตา มันระยิบระยับงดงามเสียจนทำให้ผมตาพร่าอยู่เป็นนาที

 

 

เขากำลังทำให้ผมตกหลุมรักเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ...

 

 

ของที่จะให้ ไม่ได้มีแค่ดอกไม้นะ   ผมพูดเพิ่มเติม หัวใจในอกเต้นเร็วขึ้น แรงขึ้น เมื่อผมเห็นเจ้าของดอกไม้ที่งดงามยิ่งกว่าดอกไม้เอียงคอมองผมหลังจากได้ยินสิ่งที่ผมเพิ่งพูดออกไป

 

 

เขาแบมือ ... ท่าทางแบบนั้น ชวนให้ผมนึกถึงเด็กตัวเล็ก ๆ ที่แบมือขอขนมจากคุณครูประจำชั้นเมื่อถึงเวลาอาหารว่าง  ดวงตาใสแจ๋วจ้องมองผม จีบปากงอนเชิดบิดขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ... คิมจุนซูทำตัวน่ารักอีกแล้ว

 

 

คิ้วโก่งได้รูปขมวดมุ่นเข้าหากัน เมื่อที่ว่างบนมือเล็กป้อม ยังคงว่างเปล่าอยู่อย่างนั้น

 

 

ไหนล่---  เขาเอ่ยปากถามยังไม่ทันจบคำ ผมก็ให้เขาไปแล้ว ...

 

 

ที่ริมฝีปากแสนหวานคู่นั้น ...

 

 

นี่แค่มัดจำ ...  ผมกระซิบบอกชิดจีบเนื้อนุ่มวาววามที่แดงฉ่ำชุ่มชื้นสั่นระริกด้วยฝีมือของผมเอง 

 

 

ผมรีบพูดต่อ เร่งทำเวลา ก่อนที่ลมหายใจของเรา จะบอกถึง ความต้องการ ชัดเจนกว่านี้

 

 

จนทำให้เราหยุดมันไม่ได้ ..

 

 

 

 

 

ส่วนที่เหลือ นายคงต้องไปเอาที่บ้านฉันด้วยตัวเองแล้วล่ะ ... จุนซู

 

 

 

 

 

- จบเรื่องเล่าของปาร์คยูชอน

 

 

 

 

 

End*

120213

 

( But it’s NOT REAL END )

 

 

 

Note :  สวัสดีค่ะทุกคน ^^

 

วอวันหายจากการแต่งฟิคไปนานทีเดียวเลยล่ะ แต่วันนี้ก็มีลูกฮึดเอาช็อตฟิคมาฝากทุกคนได้

เหตุผลเดียวคือเธอ – ยูซู้วววววว ! TOT

 

วอวันเชื่อว่าทุกคนฟินมาก กับอลิซาเบธรอบที่สองของเมื่อวาน เมื่อองค์ชายอีกักเค้ายอมลงจากหลังม้าไปดูแฟนเล่นมิวสิเคิล ~~~~~ พูดอีกก็ฟินอีกไม่มีวันจบสิ้น เป็นสาววายที่ตายแล้วฟื้นไม่ต่ำกว่าสิบครั้งภายในคืนเดียว 555

 

จากฟิคด้านบนบางส่วนมาจากแฟนแอคเค้าท์จริง ๆ ค่ะ ! อย่างเช่น ออมม่าของจุนซูลูบหัวคุณลูกเขย แล้วคุณลูกเขยก็เอียงศีรษะไปซบ เรื่องที่พี่มิคต้องถ่ายละครสิบชั่วโมงรวดเมื่อวันเสาร์ก็เป็นความจริงเช่นเดียวกันค่ะ

 

นอกนั้น มโนเอาล้วน ๆ 555

 

วอวันไม่รู้ว่ามีคนสังเกตหรือเปล่าน้า~ ว่าฟิคเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่นี้ ! แฮ่ วอวันแอบกั๊กตอนของจุนซูเอาไว้กับตัวน่ะค่ะ แล้วจะได้อ่านตอนของจุนซูเมื่อไหร่กันล่ะ ? ถ้าถามแบบนี้ วอวันก็คงต้องขออนุญาตตอบว่า สำหรับคนที่สนใจ คุณจะสามารถหาอ่านตอนของจุนซูที่หายไปได้จากช็อตฟิครวมเล่มของวอวันค่ะ >”<

 

( ใครที่สนใจ สามารถจิ้มลงชื่อจองไว้ก่อนได้จากลิงก์นี้นะคะ http://swordtails.exteen.com/20110814/beneath-the-romantic-sky )

 

 

พูดถึงรวมเล่มแล้ว วอวันก็ขออัพเดตความเป็นไปของมันสักหน่อย วอวันขอโทษทุกคนที่สั่งจองด้วยนะคะ ที่วอวันโคตรจะล่าช้าในการแต่ง ช็อตฟิคสามเรื่อง เรื่องแรก ( คุณปะป๊ายูชอนกับน้องยูบินและคุณเลขา ) อันนั้นแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนเรื่องที่สอง ( พี่หมอปาร์คกับน้องนักบอลจุนซู ) เรื่องนี้แหละค่ะที่เป็นปัญหา แต่งยังไงก็ไม่จบสักที ตอนนี้ก็กินไปซะ 30 หน้าเอสี่ แล้วค่ะ ยังไม่จบเลย ว้ากกกกกกกกกก ไม่เรียกว่าช็อตฟิคแล้ว ! T^T ส่วนเรื่องสุดท้าย วอวันก็คงจะจับฟิคเรื่องนี้ใส่แทนเรื่องเก่าที่เคยให้ตัวอย่างไว้อ่านนะคะ แล้วก็อีกอย่างค่ะ เรื่องขนาดหนังสือกับราคา อาจจะต้องปรับเปลี่ยนกันนิดนึง หลังจากจัดหน้าดู วอวันคิดว่า วอวันคงต้องกลับมาจัดรูปเล่มในขนาดเอห้าเหมือนเดิมค่ะ ส่วนราคา ... เนื่องจากพี่หมอปาร์คทำพิษ ก็เลยอาจต้องขึ้นราคาเล็กน้อยค่ะ ตอนนี้น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 230 บาทต่อเล่มค่ะ ถ้าใครคิดว่ามันแพงไป จะยกเลิกการสั่งจองก็คอมเม้นท์ทิ้งไว้ได้นะคะ ไม่ว่ากัน >”<

 

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณทุกคนที่สนใจเรื่องการรวมเล่มของวอวันค่ะ

 

นอนหลับฝันดีนะคะ แล้วเจอกันครั้งหน้ากับฟิคสักเรื่องค่ะ ^^ ( มันน่าจะเป็นวีก็อท ฯ ตอนจบได้แล้วแฮะ โฮก T^T )

 

..วอวัน..